5 อาการที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนผ้าเบรค (พร้อมวิธีเช็กเองที่บ้าน)

ผ้าเบรคเป็นชิ้นส่วนที่สึกตามการใช้งานปกติ ไม่ว่าจะขี่เร็วหรือขี่ช้า แต่หลายคนปล่อยไว้จนได้ยินเสียงดัง หรือจนเบรคไม่ค่อยอยู่ ซึ่งช้าเกินไป บทความนี้จะบอก 5 อาการที่ควรเปลี่ยนทันที และวิธีเช็กด้วยตัวเอง

1. ได้ยินเสียงแหลมเวลากดเบรค

เสียง “เสียงแหลม” เกิดจากแผ่นโลหะที่อยู่ใต้ผ้าเบรคเสียดสีกับจาน หรือจากตัวสึกหรอที่ออกแบบมาเพื่อเตือน อย่ารอให้เสียงดังจนเป็นเสียงครูดโลหะ เพราะถึงตอนนั้นจานเบรคอาจเสียหายไปแล้ว

2. ระยะเบรคยาวขึ้น แต่กดแรงเท่าเดิม

ถ้ารู้สึกว่าต้องกดเบรคหนักกว่าเดิม หรือระยะเบรคยาวกว่าเดิมชัดเจน นั่นคือสัญญาณว่าผ้าเบรคบางลงมาก

3. มองเห็นความหนาของผ้าเบรคน้อยกว่า 3 มม.

วิธีเช็กง่าย ๆ

  1. กัดลงไปมองที่คาลิปเปอร์เบรค
  2. มองช่องระหว่างแผ่นผ้าเบรคกับจาน
  3. ถ้าเห็นเนื้อผ้าเหลือบางมาก หรือเห็นแผ่นโลหะแล้ว ให้เปลี่ยนทันที

ค่าที่ปลอดภัยคือความหนารวมประมาณ 3 มิลลิเมตรขึ้นไป

4. เบรคข้างหนึ่งเกาะกว่าอีกข้าง

ถ้าเบรคแล้วรถเฉออกข้าง หรือล้อหนึ่งหมุนฝืด แสดงว่าผ้าเบรคอาจไม่สม่ำเสมอ หรือคาลิปเปอร์มีปัญหา

5. มีฝุ่นหรือคราบน้ำมันที่ผ้าเบรค

ผ้าเบรคที่เปื้อนน้ำมันหรือน้ำมันเบรครั่ว จะเบรคไม่อยู่แม้ยังหนาอยู่ ต้องแก้ที่ต้นเหตุและเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่

เปลี่ยนผ้าเบรคเมื่อไหร่ดี

  • รถใช้งานปกติ: ตรวจทุก 5,000–10,000 กิโลเมตร
  • ขี่ในเมือง เบรคบ่อย: ตรวจทุก 5,000 กิโลเมตร
  • ขี่ขึ้นเขาหรือบรรทุกหนัก: ตรวจบ่อยขึ้นเป็นพิเศษ

เลือกผ้าเบรคกับ TUTTO

  • ส่งฟรีทั่วประเทศไทย ไม่มีขั้นต่ำ
  • อะไหล่เบรคครบทั้งผ้าเบรค จานเบรค และปั๊มเบรค
  • ไม่แน่ใจรุ่นไหนใส่ได้ ทัก LINE @tuttomotor ส่งรุ่นรถมาได้เลย

ดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ หมวดอะไหล่เบรค

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น